หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2565

27 สิงหาคม

ระลึกถึงนักบุญโมนิกา

(St  Monica, memorial)







 นักบุญโมนิกา  ซึ่งเป็นคริสตชนคนหนึ่ง  ได้แต่งงานเมื่ออายุ 20 ปีกับปาตริซีอุส (Patricius) คนต่างศาสนา  เขารับราชการที่เมือง Tagaste (ทางเหนือของอาฟริกา)  เนื่องจากสามีเป็นคนโมโหร้ายและมีนิสัยเกรี้ยวกราด  จึงทำให้นักบุญได้รับความทุกข์ยากลำบากเป็นอันมาก  ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 3 คน  การจะให้ลูกได้รับการศึกษาแบบคริสตชนก็ค่อนข้างลำบากมาก  อย่างไรก็ตาม  หลังแต่งงานได้ 18 ปี ปาตริซีอุสก็กลับใจมารับความเชื่อ  และได้สิ้นชีพไม่นานหลังจากนั้น

ลูกคนโตสุดที่ชื่อว่า ออกัสติน (Augustine) เป็นลูกที่ทำให้เธอหนักใจที่สุด  เพราะในช่วงที่เขาศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่เมืองคาร์เธจ (Carthage) เขาได้ไปหลงเชื่อคำสอนของเฮเรติ๊ก Manichaean  และในวัยหนุ่มก็ดำเนินชีวิตเสเพล  โดยไปมีความสัมพันธ์โดยมิชอบด้วยกฎหมายกับผู้หญิงคนหนึ่งเป็นเวลาถึง 15 ปี  นักบุญโมนิกาพยายามชักชวนพระสังฆราชองค์หนึ่งที่มาเยี่ยมเยียน  ให้ช่วยดึงลูกของเธอออกมาจากความหลงผิดของพวก Manichaean เพื่อกลับมาสู่ความเชื่อที่แท้จริง  แต่ไม่เป็นผล  พระสังฆราชคิดว่าเวลาที่สุกงอมยังมาไม่ถึง  แต่ก็ได้พูดปลอบใจให้เธอใจชื้นขึ้นมาบ้างด้วยคำยืนยันที่ว่า "เป็นไปไม่ได้ที่บุตรชายที่ทำให้เธอเสียน้ำตาไปมากมายเช่นนี้จะพินาศไป"

เมื่อออกัสตินตัดสินใจจะสอนเรื่องวาทศิลป์ที่กรุงโรม  โมนิกาตั้งใจจะตามเขาไปด้วย  แต่เขาใช้กลอุบายหลอกเธอและเดินทางไปกรุงโรมโดยทางเรือแต่เพียงลำพัง  จากโรมเขาย้ายไปมิลาน  ซึ่งเขาได้เลื่อนเป็นศาสตราจารย์  โมนิกาถึงตามเขาไปที่นั่น และเธอก็เป็นเพื่อนกับพระสังฆราชอัมโบรสผู้ยิ่งใหญ่  ด้วยความช่วยเหลือของนักบุญอัมโบรส พระสังฆราชองค์นี้ซึ่งโดดเด่นในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์  จึงทำให้ออกัสตินกลับเข้ามาในพระศาสนจักรอีกในวันปัสกาปี ค.ศ. 387

 "ลูกรัก  แม่มีเพียงความปรารถนาเดียวในชีวิต  นั่นคือ ได้เห็นลูกมาเป็นคาทอลิก"  นี่เป็นคำพูดของโมนิกาที่ครั้งหนึ่งเคยพูดกับออกัสติน และก่อนที่เธอจะตาย  ซึ่งเวลานั้นออกัสตินได้กลับใจมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว  เธอพูดว่า "พระเจ้าได้ทรงกระทำมากกว่าที่แม่จะกล้าหวังไว้  นั่นคือพระองค์ได้ทรงสอนลูกให้ยอมละทิ้งทุกอย่างที่โลกสามารถให้ได้  เพื่อให้ลูกได้ติดตามพระองค์ไป  จะฝังร่างกายของแม่ไว้ที่ไหนก็ได้  ขออย่างเดียวให้ลูกระลึกถึงแม่เสมอเมื่ออยู่ ณ พระแท่นบูชาของพระเจ้า"

 และเมื่อโมนิกาและออกัสตินอยู่ที่เมืองออสตีอา (Ostia) ซึ่งเป็นเมืองท่าชายฝั่งของกรุงโรม  เพื่อจะแล่นเรือกลับไปเมืองคาร์เธจ  เธอก็ได้สิ้นใจในอ้อมแขนของออกัสติน ขณะที่มีอายุได้ 56 ปี

 ภายใต้การอุปถัมภ์ค้ำจุนของนักบุญโมนิกา ซึ่งได้รับการนับถือว่าเป็นผู้ที่รู้ดีว่าจะเอาชนะความชั่วด้วยความดีอย่างไร  ได้มีการก่อตั้งสมาคมของบรรดาแม่ที่เป็นคริสตชนที่กรุงปารีสในศตวรรษที่ 19 มีจุดมุ่งหมายในการภาวนาให้กัน เมื่อคนใดก็ตามที่มีลูกชาย หรือสามีที่ออกนอกลู่นอกทางไป

 

(ถอดความโดย คุณพ่อวิชา  หิรัญญการ จากหนังสือ Saint Companions For Each Day ; เขียนโดย A.J.M. Mausolfe และ  J.K. Mausolfe)


พระวาจาพระเจ้า      มธ. 25:14-30

 14 “อาณา​จักร​สวรรค์​ยัง​จะ​เปรียบ​ได้​กับ​บุรุษ​ผู้​หนึ่ง​กำลังจะ​เดินทาง​ไกล เรียก​ผู้​รับใช้​มา​มอบ​ทรัพย์สิน​ให้ 15 ให้​คน​ที่​หนึ่ง​ห้า​ตะลันต์ ให้​คน​ที่​สอง​สอง​ตะลันต์ ให้​คน​ที่​สาม​หนึ่ง​ตะลันต์ ตาม​ความ​สามารถ​ของ​แต่ละ​คน แล้ว​จึง​ออก​เดินทาง​ไป 

 16 “คน​ที่​รับ​ห้า​ตะลันต์​รีบ​นำ​เงิน​นั้น​ไป​ลงทุน ได้​กำไร​มา​อีก​ห้า​ตะลันต์ 17 คน​ที่​รับ​สอง​ตะลันต์​ก็ได้​กำไร​มา​อีก​สอง​ตะลันต์​เช่นเดียวกัน 18 แต่​คน​ที่​รับ​หนึ่ง​ตะลันต์​ไป​ขุด​หลุม​ซ่อน​เงิน​ของ​นาย​ไว้ 

 19 “หลัง​จาก​นั้น​อีก​นาน นาย​ของ​ผู้​รับใช้​พวก​นี้​ก็​กลับ​มา​และ​ตรวจ​บัญชี​ของ​พวกเขา 20 คน​ที่​รับ​ห้า​ตะลันต์​เข้า​มา นำ​กำไร​อีก​ห้า​ตะลันต์​มา​ด้วย กล่าว​ว่า ‘นาย​ขอ​รับ ท่าน​ให้​ข้าพ​เจ้า​ห้า​ตะลันต์ นี่​คือ​เงิน​อีก​ห้า​ตะลันต์​ที่​ข้าพ​เจ้า​ทำ​กำไร​ได้’ 21 นาย​พูด​ว่า ‘ดี​มาก ผู้​รับใช้​ที่​ดี​และ​ซื่อสัตย์ เจ้า​ซื่อสัตย์​ใน​สิ่ง​เล็กน้อย เรา​จะ​ให้​เจ้า​จัดการ​ใน​เรื่อง​ใหญ่ๆ จง​มา​ร่วม​ยินดี​กับ​นาย​ของ​เจ้า​เถิด’ 4  22 คน​ที่​รับ​สอง​ตะลันต์​เข้า​มา​รายงาน​ว่า ‘นาย​ขอ​รับ ท่าน​ให้​ข้าพ​เจ้า​สอง​ตะลันต์ นี่​คือ​เงิน​อีก​สอง​ตะลันต์​ที่​ข้าพ​เจ้า​ทำ​กำไร​ได้’ 23 นาย​พูด​ว่า ‘ดี​มาก ผู้​รับใช้​ที่​ดี​และ​ซื่อสัตย์ เจ้า​ซื่อสัตย์​ใน​สิ่ง​เล็กน้อย เรา​จะ​ให้​เจ้า​จัดการ​ใน​เรื่อง​ใหญ่ๆ จง​มา​ร่วม​ยินดี​กับ​นาย​ของ​เจ้า​เถิด’ 

 24 “คน​ที่​รับ​หนึ่ง​ตะลันต์​เข้า​มา​รายงาน​ว่า ‘นาย​ขอ​รับ ข้าพ​เจ้า​รู้​ว่า​ท่าน​เป็น​คน​เข้ม​งวด เก็บ​เกี่ยว​ใน​ที่​ที่​ท่าน​ไม่​ได้​หว่าน เก็บ​รวบรวม​ใน​ที่​ที่​ท่าน​ไม่​ได้​โปรย 25 ข้าพ​เจ้า​มี​ความ​กลัว จึง​นำ​เงิน​ของ​ท่าน​ไป​ฝัง​ดิน​ซ่อน​ไว้ นี่​คือ​เงิน​ของ​ท่าน’ 26 นาย​จึง​ตอบ​ว่า ‘ผู้​รับใช้​เลว​และ​เกียจคร้าน เจ้า​รู้​ว่า​ข้า​เก็บ​เกี่ยว​ใน​ที่​ที่​ข้า​มิได้​หว่าน เก็บ​รวบรวม​ใน​ที่​ที่​ข้า​มิได้​โปรย 27 เจ้า​ก็​ควร​นำ​เงิน​ของ​ข้า​ไป​ฝาก​ธนาคาร​ไว้ เมื่อ​ข้า​กลับ​มา​จะ​ได้​ถอน​เงิน​ของ​ข้า​พร้อมกับ​ดอกเบี้ย 28 จง​นำ​เงิน​หนึ่ง​ตะลันต์​จาก​เขา​ไป​ให้แก่​ผู้​ที่​มี​สิบ​ตะลันต์ 29 เพราะ​ผู้​ที่​มี​มาก จะ​ได้​รับ​มาก​ขึ้น และ​เขา​จะ​มี​เหลือเฟือ แต่​ผู้​ที่​มี​น้อย สิ่ง​เล็กน้อย​ที่​เขา​มี​ก็​จะ​ถูก​ริบ​ไป​ด้วย 30 ส่วน​ผู้​รับใช้​ที่​ไร้​ประโยชน์​นี้ จง​นำ​ไป​ทิ้ง​ใน​ที่​มืด​ข้างนอก ที่นั่น​จะ​มีแต่​การ​ร่ำไห้​คร่ำครวญ และ​ขบ​ฟัน​ด้วย​ความ​ขุ่นเคือง’






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น